ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์หวายเทียมที่มีในบ้านเรา

เมื่อวัสดุอย่าง หวายเทียม ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่แปลกที่ เฟอร์นิเจอร์หวายเทียม จะได้รับความนิยมตามไปด้วย ซึ่งจะว่าไปเวลาเราเห็นมีร้านค้าหรือบริษัทต่าง ๆ ขายสินค้าประเภทนี้อยู่มากมายอาจมีข้อสงสัยว่าจริง ๆ แล้วพวกเขาผลิตกันเองหรือนำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศ บทความนี้จึงจะมาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจ เฟอร์นิเจอร์หวายเทียม ให้ทุกคนได้เข้าใจกันมากขึ้น เป็นความรู้ดี ๆ ที่สามารถนำไปใช้ต่อในอนาคต

    • ธุรกิจที่นำเข้า หวายเทียม มาแบบทั้งหมดถือเป็นธุรกิจ เฟอร์นิเจอร์หวายเทียมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ของบ้านเราก็ว่าได้ ธุรกิจประเภทนี้จะเป็นการนำเข้า เฟอร์นิเจอร์หวายเทียม จากหลาย ๆ ยี่ห้อ ส่วนมากแล้วเป็นการนำเข้าแบบสำเร็จรูปไปเลยมาจากทั้งอินโดนีเซียหรือจีน เมื่อนำเข้ามาก็ขายต่อได้ทันที แต่ปัญหามักเป็นเรื่องของการสต็อกสินค้า ระยะเวลาในการสั่งผลิต รวมถึงบางครั้งอาจเจอเรื่องของคุณภาพสินค้าหากไม่มีการเลือกผู้จัดจำหน่ายที่มีคุณภาพดี อีกทั้งรูปแบบ เฟอร์นิเจอร์หวายเทียม จากกลุ่มธุรกิจนี้จะมีให้เลือกไม่เยอะมากนักเนื่องจากเวลาสั่งทีต้องสั่งครั้งละเยอะ ๆ จึงจะคุ้มราคา การสั่งหลาย ๆ แบบมาแค่อย่างละไม่กี่ชิ้นจึงไม่ค่อยนิยมทำกัน บางครั้งสินค้าขาดตลาดก็ทำอะไรไม่ได้ต้องรอให้ทางผู้ผลิตทำจนเสร็จเท่านั้น
    • ธุรกิจที่สามารถผลิตได้ครอบคลุมครบวงจรธุรกิจเฟอร์นิเจอร์หวายประเภทนี้ต้องมีขนาดใหญ่มากพอสมควรเพราะพวกเขาจะทำเองทั้งหมดตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นไปจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ไล่ตั้งแต่การผลิต หวายเทียม ขึ้นมาเอง มีมาตรฐานของโรงงานตามกฎหมายกำหนด มีผู้เชี่ยวชาญในการเป็นช่างสานที่ประสบการณ์สูง ทำงานออกมาดี คุณภาพสินค้าทุกชิ้นสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับเดียวกันได้ หากลูกค้าต้องการแบบไหนก็สามารถสั่งเฉพาะ เรียกว่าทุก ๆ อย่างเกี่ยวกับการทำเฟอร์นิเจอร์หวายมีครบถ้วนสมบูรณ์แบบ แต่ต้องยอมรับว่าในบ้านเรามีธุรกิจแบบนี้แค่ไม่กี่เจ้า
    • ธุรกิจที่สามารถทำเองได้ในบางส่วนกลุ่มธุรกิจ เฟอร์นิเจอร์หวายเทียม ชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมีการนำเข้าหวายเทียมจากประเทศอย่างอินโดนีเซียและจีน จากนั้นเมื่อเข้ามาในไทยจะมีทีมงานที่ขึ้นโครงพร้อมสานด้วยตนเอง  ปัญหาที่พบบางทีจะเป็นเรื่องคุณภาพของหวายเทียมที่ไม่ค่อยมีมาตรฐานมากนักแต่ก็ยังถือว่าออกแบบดีไซน์ได้หลากหลาย

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ เฟอร์นิเจอร์หวายเทียม รูปแบบไหนสุดท้ายลูกค้าก็จะดูที่ความพึงพอใจในหลาย ๆ ด้านมากกว่า เพราะทุกประเภทเองก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไปขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ซื้อเป็นหลัก ในฐานะของการเป็นผู้ซื้อเองก็เลือกที่คิดว่าดีที่สุดเพียงพอแล้ว